นวัตกรรมการบริหารงาน .

แบบ TIPCo.... ..

 

ชื่อนวัตกรรม.การบริหารแบบ TIPCo
ผลงานโรงเรียนวัดพระเงิน(อิศราวิทย์อุปกรณ์)
สถานที่นำไปใช้ต่อเนื่อง โรงเรียนราษฎร์นิยม
TIPCo เป็นนวัตกรรมการบริหารงานที่ผู้รายงานได้คิดขึ้นมา และเป็นการบริหารงานที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการบริหารงานที่โรงเรียนบ้านเหมืองแร่ สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอทับสะแก สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในระหว่างปีการศึกษา 2539 – 2541 เมื่อผู้รายงานย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) จึงได้นำการบริหารงานแบบ TIPCo มาใช้บริหารงานต่อที่โรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
T ย่อมาจากคำว่า Team Work หมายถึง การทำงานเป็นทีมของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของโรงเรียน ซึ่งประกอบไปด้วยบุคคลดังต่อไปนี้ 1) คณะกรรมการโรงเรียน / คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในส่วนที่ไม่ใช่บุคลากรในโรงเรียนจำนวน 15 คน
2) คณะกรรมการมูลนิธิหลวงปู่คร้ามเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) ในส่วนที่ไม่ใช้บุคลากรในโรงเรียน จำนวน 20 คน
3) ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่นอกเหนือจากบุคคลใน
ข้อ 1) และ 2) ในเขตบริการ ของโรงเรียน 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 6 , 7 , 8 และ 10 ตำบลบางม่วง
อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี หมู่บ้านละ 2 คน โดยได้มาจากการคัดเลือกของประชาชนในหมู่บ้าน รวม 8 คน มีวาระ 3 ปีการศึกษากรรมการในข้อ 1) 2) และ 3)
เป็นกรรมการอำนวยการโรงเรียนในส่วน ของชุมชน 4) ครู การบริหารงานของโรงเรียนได้ดำเนินการบริหารงานแบบองค์คณะบุคคลที่เรียกว่า ” คณะกรรมการบริหารโรงเรียน “ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้บริหารโรงเรียน หัวหน้างาน 6 งาน จำนวน 6 คน รวม 7 คน มีวาระ 1 ปีการศึกษา
5) นักเรียน มีคณะกรรมการในรูปของ “สภานักเรียน” ซึ่งประกอบด้วยประธานนักเรียน 1 คน ได้มาโดยการเลือกตั้งจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โดยจะเลือกตั้งใน วันศุกร์ที่ 3 ของเดือนมีนาคมของทุกปีการศึกษา และผู้แทนนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นละ 3 คน รวม 18 คน
รวมเป็นคณะกรรมการสภานักเรียนทั้งหมด 19 คน มีวาระ 1 ปีการศึกษา และดำเนินการเลือกบุคคลจาก 18 คน มาเป็นรองประธานสภานักเรียน เลขานุการสภานักเรียน
กรรมการบริหารสภานักเรียนทุกคนถือเป็นกรรมการอำนวยการโรงเรียนด้วย
I ย่อมาจากคำว่า Integration แปลว่า การบูรณาการ หมายถึง การบูรณาการ ภารกิจ กิจกรรม ความรับผิดชอบ ทรัพยากร บุคลากร และเทคโนโลยี นำมาหลอมรวมในการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของโรงเรียนให้ได้มากที่สุด
P ย่อมาจากคำว่า Participation หมายถึง การมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมของ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับโรงเรียน (Stakeholder)
Co ย่อมาจากคำว่า Continuous Improvement แปลว่า การพัฒนาอย่างต่อเนื่องหมายถึง การพัฒนาการดำเนินงานในทุกกิจกรรมของโรงเรียนอย่างต่อเนื่องเป็น พลวัตร (Dynamic)
การบริหารงานแบบ TIPCo จึงเป็นการบริหารงานที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยบูรณาการ ภารกิจ กิจกรรม ความรับผิดชอบ ทรัพยากร บุคลากร และเทคโนโลยีนำมาหลอมรวม เน้นการทำงานเป็นทีม และเน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับโรงเรียน (Stakeholder) ในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน โดยกำหนดแนวทางในการดำเนินงานตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. วิเคราะห์ปัญหาและความจำเป็นในการดำเนินการ
2. วิเคราะห์ทางเลือกในการแก้ปัญหา
3. เลือกทางเลือกที่เหมาะสมและวางแผนแก้ปัญหา
4. ดำเนินการตามแผน / โครงการ
5. นิเทศติดตาม ประเมินผลการดำเนินงาน
6. สรุปผล และรายงาน
คณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนจะรวมประชุมปรึกษาหารือกันอย่างน้อย ภาคเรียนละ 2 ครั้ง
2. การดำเนินงานตามนโยบาย 7 ก้าวสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์)
2.1 รายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงาน
2.1.1 จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียน เพื่อประชุมปรึกษาหารือและได้ข้อสรุปร่วมกันในการจัดทำนโยบายพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนคือนโยบาย 7 ก้าวสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์)
2.1.2 ผู้รายงานและคณะครูที่เป็นหัวน้างาน 6 งานของโรงเรียน ศึกษาเอกสาร ศึกษาตำราทางวิชาการ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องโดยศึกษาในช่วงวันหยุดราชการ ในห้องสมุด สำนักหอสมุดกลาง สำนักวิทยาบริการ ตามสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ได้แก่
1) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
3) มหาวิทยาลัยศิลปากร
4) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครู
2.1.3 จัดทำเค้าโครงรายงานการบริหารงานตามนโยบาย 7 ก้าวสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) บทที่ 1 บทนำ บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง และบทที่ 3 การดำเนินงานการริหารงานตามนโยบาย 7 ก้าวสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) นำไปให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถมีประสบการณ์ทางการบริหารโรงเรียน และผู้ที่มีความรู้ ความสามารถทางด้านงานวิจัยตรวจสอบความถูกต้อง
2.1.4 จัดทำแบบสอบถามการดำเนินงานตามนโยบาย 7 ก้าวสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) ซึ่งมีเนื้อหา 7 ด้านคือ ก้าวนำความรู้ ก้าวสู่มาตรฐาน ก้าวสืบสานวัฒนธรรม ก้าวย้ำพลานามัย ก้าวไปกับสิ่งแวดล้อม ก้าวพร้อมเทคโนโลยี ก้าวสู่วิถีภูมิปัญญา
เมื่อจัดทำแบบสอบถามแล้ว ได้นำแบบสอบถามไปให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ทางการวิจัย จำนวน 5 ท่าน ตรวจสอบความเที่ยงตรงตามเนื้อหา (Content validity) ตลอดจนความถูกต้องชัดเจนของประเด็นพิจารณา แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
2.1.5 นำแบบสอบถามไปให้กลุ่มตัวอย่าง ก่อนและหลังการดำเนินงานซึ่งได้แก่ ครู คณะกรรมการโรงเรียน / คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการมูลนิธิหลวงปู่คร้ามเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดพระเงิน ผู้ปกครองนักเรียนและประชาชนในเขตบริการของโรงเรียนตอบแบบสอบถามตอบแบบสอบถามนำแบบสอบถามกลับคืนมา
2.1.6 เก็บรวบรวมแบบสอบถามทั้งหมดคืนให้ผู้รายงานเมื่อกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดตอบแบบสอบถามเสร็จเรียบร้อยแล้วคัดเลือกเฉพาะแบบสอบถามที่สมบูรณ์มาใช้ในการวิเคราะห์ การแปลความหมายของข้อมูลในบทที่
4 และอภิปรายผลในบทที่ 5 แล้วนำไปให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ทางด้านงานวิจัยตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง ซึ่งได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้
1) ดร.วรกาญจน์ สุดสดเขียว อาจารย์ประจำคณะบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร จังหวัดนครปฐม
2) นางจุฑามาศ เจริญธรรม ศึกษานิเทศก์ ระดับ 9 สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษานนทบุรี เขต 1
3) นางจันทร์เพ็ญ สวัสดิวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากหว้า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1
4) นายพิศาล ทันสุข คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 (อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนมะเดือทอง )
5) นางอุษณีย์ โชติวิเชียร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเพชรบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรี เขต 1
2.1.8 นำรายงานการดำเนินงานตามนโยบาย 7 ก้าวสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนวัดพระเงิน ( อิศราวิทย์อุปกรณ์ ) เผยแพร่แก่โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต 2 และผู้ที่สนใจ
2.2 ระยะเวลาที่ใช้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2544 ถึง วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2547
2.3 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

2.3.1 ประชากร ที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม 1) กลุ่มประชากรสำหรับศึกษาสภาพก่อนการดำเนินงานตามนโยบาย 7 ก้าวสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนวัดพระเงิน( อิศราวิทย์อุปกรณ์ )
เป็นกลุ่มประชากรในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2544 ได้แก่
(1) ครู โรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) จำนวน 6 คน
(2) คณะกรรมการโรงเรียนโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) จำนวน 15 คน
(3) คณะกรรมการมูลนิธิหลวงปู่คร้ามเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดพระ เงิน จำนวน 20 คน
(4) ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) จำนวน 150 คนและ
(5) ประชาชนในเขตบริการของโรงเรียนโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) จำนวน 27,570 คน
2) กลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษาหลังการดำเนินงานตามนโยบาย 7 ก้าวสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนวัดพระเงิน ( อิศราวิทย์อุปกรณ์ ) เป็นกลุ่มประชากรในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2547 ได้แก่
(1) ครู โรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) จำนวน 7 คน
(2) คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) จำนวน 9 คน
(3) คณะกรรมการมูลนิธิหลวงปู่คร้ามเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดพระเงิน จำนวน 20 คน
(4) ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์)จำนวน 160 คน
(5) ประชาชนในเขตบริการของโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) จำนวน 28,353 คน
2.3.2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษา คือ
1) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาก่อนการดำเนินงานตามนโยบาย 7 ก้าวสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนวัดพระเงิน ( อิศราวิทย์อุปกรณ์ ) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2544 แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มได้แก่
(1) ครูโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) เนื่องจากประชากรมีน้อยจึงใช้ประชากรทั้งหมดจำนวน 6 คน เป็นกลุ่มตัวอย่าง
(2) คณะกรรมการโรงเรียน / คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) เนื่องจากประชากรมีน้อย จึงใช้ประชากรทั้งหมด จำนวน 15 คน เป็นกลุ่มตัวอย่าง
(3) คณะกรรมการมูลนิธิหลวงปู่คร้ามเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) เนื่องจากประชากรมีน้อยจึงใช้ประชากรทั้งหมดจำนวน 20 คน เป็นกลุ่มตัวอย่าง
(4) ผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) จำนวน 80 คน โดยสุ่มตัวอย่างจากผู้ปกครองนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รวม 8 ชั้นเรียน ๆ ละ 10 คน ซึ่งเป็น
ผู้ปกครองนักเรียนที่ไม่เป็นคณะกรรมการโรงเรียน / คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน / คณะกรรมการมูลนิธิหลวงปู่คร้ามเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์ ) เป็นกลุ่มตัวอย่าง
(5) ประชาชนในเขตบริการของโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) จำนวน 200 คน โดยสุ่มตัวอย่างจากประชาชนในเขตบริการของโรงเรียนทั้ง 4 หมู่บ้าน ๆ ละ 50 คน
ซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับการสุ่มเป็นกลุ่มตัวอย่างในส่วนของผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการโรงเรียน / คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
และในส่วนคณะกรรมการมูลนิธิหลวงปู่คร้ามเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) เป็นกลุ่มตัวอย่าง
2) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาหลังการดำเนินงานตามนโยบาย 7 ก้าวสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2547 มีดังนี้
(1) ครูโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) เนื่องจากประชากรมีน้อย จึงใช้ประชากรทั้งหมดจำนวน 7 คน เป็นกลุ่มตัวอย่าง
(2) คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) เนื่องจากประชากรมีน้อย
จึงใช้ประชากรทั้งหมดในส่วนที่ไม่ใช่ครูโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) จำนวน 9 คน เป็นกลุ่มตัวอย่าง
(3) คณะกรรมการมูลนิธิหลวงปู่คร้ามเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) เนื่องจากประชากรมีน้อยจึงใช้ประชากรทั้งหมด
ในส่วนที่ไม่ใช่ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) จำนวน 20 คน เป็นกลุ่มตัวอย่าง
(4) ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) จำนวน 80 คน โดยสุ่มตัวอย่าง จากผู้ปกครองนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ไม่เป็นคณะกรรมการสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐานและคณะกรรมการมูลนิธิหลวงปู่คร้ามเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) รวม 8 ชั้น ๆ ละ 10 คนเป็นกลุ่มตัวอย่าง
(5) ประชาชนในเขตบริการของโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) จำนวน 200 คน โดยสุ่มตัวอย่างจากประชาชนในเขตบริการของโรงเรียนทั้ง 4 หมู่บ้าน ๆ ละ 50 คน
ซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับการสุ่มเป็นกลุ่มตัวอย่างในส่วนของผู้ปกครองนักเรียน และในส่วนของกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและคณะกรรมการมูลนิธิหลวงปู่คร้าม
เพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) เป็นกลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างทั้งกลุ่มก่อนการดำเนินงาน และกลุ่มหลังการดำเนินงานเป็นอิสระต่อกัน (Independent Group)
2.4 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการดำเนินงานตามนโยบาย 7 ก้าวสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์)
ที่ผู้รายงานจัดทำขึ้นโดยศึกษาข้อมูลรายละเอียด แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน แล้วจัดทำเป็นแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการดำเนินงานตามนโยบาย 7 ก้าวสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) ก่อนและหลังการดำเนินงาน จำนวน 1 ชุด สำหรับ
ครู คณะกรรมการโรงเรียน / คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการมูลนิธิหลวงปู่คร้ามเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดพระเงิน
ผู้ปกครองนักเรียน และประชาชนในเขตบริการของโรงเรียนวัดพระเงิน (อิศราวิทย์อุปกรณ์) เป็นผู้ตอบแบบสอบถาม
เมื่อจัดทำเป็นแบบสอบถามแล้วได้นำไปให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ทางการบริหาร และมีประสบการณ์ทางการวิจัย จำนวน 5 ท่าน ตรวจสอบความเที่ยงตรงตามเนื้อหา (Content validity) และความถูกต้องชัดเจนของประเด็นพิจารณา แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าวประกอบไปด้วย

1) ดร.วรกาญจน์ สุดสดเขียว อาจารย์ประจำคณะบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร จังหวัดนครปฐม
2) นางสุพน ทิมอ่ำ ศึกษานิเทศก์ ระดับ 9 หัวหน้าหน่วยส่งเสริมประสิทธิภาพและประเมินผลการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต 2
3) นางจุฑามาศ เจริญธรรม ศึกษานิเทศก์ ระดับ 9 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต 1
4) ดร.สมศักดิ์ ฮดโท ศึกษานิเทศก์ ระดับ 8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต 2
5) นายเกษม กลัดแพ ศึกษานิเทศก์ ระดับ 8 หัวหน้างานการประกันคุณภาพ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต 2






@@@@@กลับสู่หน้าหลักโรงเรียนราษฎร์นิยม@@@@@